วันเดียว... วันนั้น... วันของเรา...

One day...Me...& you
 
หนึ่งวัน...ในปีก่อนหน้านั้นผมโดนบอกเลิก

หนึ่งวัน ...ในปีที่แล้วผมยังไม่มีใคร

หนึ่งวัน...ในปีนี้ผมมีความรักกับใครสักคน

หนึ่งวัน...ในปีหน้าผมมองเห็นเธอมีความสุขกับคนที่เธอรัก

หนึ่งวัน...ในปีถัดไปผมไปงานแต่งงานของเธอ

หนึ่งวัน...ในปีถัดๆไป...ผมยังคงเสียใจ
 

         มีใครสักคนบอกไว้ว่า...ชีวิตคนเราก็เหมือนสายน้ำ ไหลไปไม่มีวันหยุด ไหลไปไม่มีวันไหลย้อนกลับ และ ยังคงไหลไปแม้ใครสักคนที่เรารักจากเราไปแล้ว สายน้ำก็ยังคงไหลต่อไป...
 
         นอกจากนี้เรายังเปรียบชีวิตของเราเหมือนกับนาฬิกา ที่ยังคงหมุนวนไปเหมือนเดิมในทุกๆวัน ผ่านกลางวันและกลางคืนไม่มีวันใดที่ถ่านจะหมดจนกว่าเราจะตาย นาฬิกาของเราถึงจะหยุดหมุน...

         แต่มีใครไหม ที่ลองมองชีวิตผ่้านปฏิทินของแต่ล่ะปี ด้วย"วันเดียว... วันนั้น... วันของเรา..." จะมีใครสักคนคิดบ้างหรือเปล่าว่า วันนี้ของปีที่แล้วเราทำอะไรอยู่? และ วันนี้ของปีหน้าเราจะเป็นยังไงบ้าง?ผมเชื่อว่า ถ้าเราหยิบวันๆหนึ่งของแต่ล่ะปีมาเรียงต่อๆกัน มันจะทำให้เราเห็นภาพอะไรบางอย่างที่สามารถเล่าเรื่องชีวิตเราได้เป็นฉากๆว่าวันหนึ่งในปีนั้นๆ เรากำลังทำอะไรอยู่? อาจจะเป็นเรื่องธรรมดาๆที่เราทำกันเป็นประจำแต่ในบางครั้งเราก็ลืมมันไม่ได้เลย เพราะมันยังคงสะท้อนให้เห็นภาพชีวิตของเราที่ส่งผลให้เราเป็นเราในทุกวันนี้ และนั้นอาจจะทำให้เราค้นพบอะไรบางอย่างที่อาจทำหายไป...ระหว่างทาง

...

ในวันหนึ่ง...เราอาจจะตื่นเต้นกับการเข้ามาของนักเรียนหญิง และเป็นครั้งแรกที่ได้พูดคุยกับเพื่อนต่างเพศที่เข้ามาในรั้วโรงเรียนชายล้วน และได้รู้จักกับ 'รักครั้งแรก'

ในวันหนึ่ง...เราอาจจะนั่งอยู่ในห้องเรียน แอบรักใครสักคน เขียนกลอนซึ้งๆ แอบส่้งไปกับของขวัญวันวาเลนไทน์ ก่อนเธอจะรับไปแล้วทิ้งให้่เรารอคำตอบมาตลอดเวลา 3 ปี

ในวันหนึ่ง...เราอาจจะจบการศึกษา ถอดชุดนักเรียน กอดคอร้องไห้กับเพื่อนรัก ว่าเราจะต้องแยกย้าย เสื้อตัวนั้นที่เพื่อนเซ็นให้ เรายังคงเก็บมันไว้ในตู้เสื้อผ้าในมุมที่ลึกที่สุด

ในวันหนึ่ง...เราอาจจะเข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัย กับการรับน้องแสนเหน็ดเหนื่อย แต่เรากลับได้เพื่อนแท้ในคณะที่เคยโต้รุ่งทำงานด้วยกัน กอดคอกันโดนลงโทษในวันนั้น

ในวันหนึ่ง...เราอาจจะยังคงสนุกกับการเรียนและเล่น สนุกกับการได้ไปทัศนศึกษาที่คณะพาไปเที่ยวโน่นเที่ยวนี้ เรายังคงสนุกกับการได้เป็นพี่สันทนาการในวันที่ได้น้องเฟรชชี่รุ่นใหม่มาแทนที่เรา

ในวันหนึ่ง...เราอาจจะยังคงสนุกกับการได้ร่วมทำกิจกรรมกับมหาวิทยาลัย ได้ทำสภานักศึกษา ได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆ สังคมใหม่ๆ ได้ทำสโมนักศึกษา ได้จัดกิจกรรม ได้พบปะผู้คน ได้พบกับประสบการณ์ใหม่ๆ

ในวันหนึ่ง...เราอาจจะต้องกลับมาตั้งใจเรียน เพื่อที่จะเรียนให้จบ งานค้นคว้าและหนังสือมากมายถูกหยิบมากองไว้เต็มหน้า และใช้เวลาทั้งคืนเพื่ออ่านโต้รุ่งที่ต้องใช้สอบในวันถัดไป 

ในวันหนึ่ง...เราอาจจะเรียนจบ และ เดินมาถึงทางเลือก ที่ต้องเลือกระหว่างความรักในวัยมหาวิทยาลัย กับอนาคตที่เราต้องเลือกเดินว่าเราจะไปทางไหนต่อ และ เรายังคงเดินด้วยกันต่อไปหรือเปล่า?

ในวันหนึ่ง...เราอาจจะมารับปริญญา ได้กลับมาเจอเพื่อนเก่า กลับมาบ้านหลังที่สองที่เราไม่ได้กลับมาเสียนาน และ กลับมาเจอคนรักเก่า ที่วันนี้เราไม่ใช่คนที่ดูแลเค้าอีกต่อไป

ในวันหนึ่ง...เราอาจจะกำลังนั่งทำงาน เพื่อหาเงิน เพื่อเติมความฝัน เพื่อคว้าอนาคต หามรุ่งหามค่ำ จนลืมดูแลตัวเอง ไม่มีเวลาแม้จะมองตามหาความรัก เพียงเพราะอาจจะยังทำใจกับมันไม่ได้ และยังไม่เจอคนที่ใช่

ในวันหนึ่ง...เราอาจจะกำลังล้ม เราอาจจะตกงาน ไม่รู้จะเดินทางไปทางไหน ไม่รู้ว่าอนาคตของเราคืออะไร ตอนนั้นเราอาจจะกลับมาตามหาความรักอีกครั้ง เพราะคิดว่า เราอยากได้กำลังใจและพลังชีวิตจากใครสักคนหนึ่ง

ในวันหนึ่ง...เราอาจจะกำลังนั่งเขียนโปสการ์ดให้่ใครสักคนหนึ่งในวันวาเลนไทน์ เพียงแค่หวังทำให้เธอมีความสุข โดยไม่รู้ว่า เธอเองก็รอโปสการ์ดใบนั้นจากเรามาตลอดหลายปี ก่อนที่เราจะได้บอกรักเธอ

ในวันหนึ่ง...เราอาจจะได้มีความรักกับใครสักคน ได้ดูแลกันและกัน ห่วงใย คิดถึง และคิดว่านี่คือ คนที่ใช่ และ เราจะได้แต่งงานในสักวันหนึ่ง และ วันครบรอบของเราก็คงจะเวียนมาถึงในปีต่อไป

ในวันหนึ่ง...เราอาจจะพบว่าความฝันเมื่อวันนั้น มันไม่เป็นความจริง เราต่างแยกย้ายกับไปมีอนาคตของตัวเอง เธอมีแฟนใหม่ ในขณะที่ผมเองยังไม่มีใคร และ ผมยังคงเสียใจ

ในวันหนึ่ง...เราอาจจะได้ไปร่วมงานแต่งงานของเพื่อนสนิทของเรา ที่ทยอยแต่งงานกันทุกๆปี จนอาจจะเหลือเราคนเดียวในโต๊ะ ที่ไปร่วมงานแต่งงานเพียงคนเดียว

ในวันหนึ่ง...เราอาจจะได้การ์ดเชิญงานแต่งจากคนที่เราเคยรักมากที่สุด เราจะไปร่วมงานแต่ง แต่คงทำได้แค่ยืนอยู่ที่หน้าประตูโรงแรม แล้วไม่กล้าเหยียบเข้าไปในงาน

ในวันหนึ่ง...เราอาจจะได้แต่งงานกับใครสักคน เค้าอาจจะไม่ใช่คนที่เรารักมากที่สุดในชีวิต แต่เค้าอาจจะเป็นคนที่เข้าใจเรามากที่สุดในชีวิต และ พร้อมจะเป็นอนาคตของเรา

ในวันหนึ่ง...เราอาจจะได้กลับมาพบกับคนที่เรารักมากที่สุดอีกครั้ง ในวันที่แต่ล่ะคนมีครอบครัวแล้ว แต่เมื่อเรามองตากัน มันคงมีน้ำตาแห่งความดีใจ และ เสียใจซ่อนอยู่ลึกๆ

ว่าครั้งหนึ่ง เราเคยรักกันมากแค่ไหน?

...

         จะมีสักกี่คน ที่จำได้ว่า ตลอดชีวิตที่ผ่านมานั้น เกิดอะไรขึ้นบ้าง ความทรงจำของมนุษย์อาจจะถูกออกแบบมาให้ลืมอะไรได้ง่ายดาย แค่ลองพยายามนึกเรื่องสำคัญให้ออกแค่เพียงปีล่ะวัน เราอาจจะยังจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น?แต่สิ่งที่เราจะจำได้ไม่ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนในหนึ่งวันของแต่ล่ะปี คือ ตอนนั้นเรากำลังรักใครอยู่? อาจจะจำรายละเอียดไม่ได้ แต่เชื่อว่า นั้นเป็นความรู้สึกที่ไม่ลืม หรือ ตั้งใจจะลืมได้ยากที่สุด มีใครลืมรักครั้งแรกรึเปล่า? มีใครเคยลืมรุ่นพี่ที่แอบปลื้มมาตลอดตอนเรียนมหาลัยรึเปล่า? แต่เราคงลืมไปแล้ว ว่าวันนั้นเราทำอะไรให้เค้าบ้าง? พาเค้าไปทานข้าวร้านไหน? หรือ เกิดอะไรขึ้นในวันนั้นๆ? น่าแปลกที่เราถูกออกแบบมาให้จำ 'หนึ่งวัน กับ หนึ่งคน' ไม่ใช่ 'หนึ่งวัน กับ หนึ่งเหตุการณ์'ยิ่งถ้าไม่ใช่คนที่เขียนไดอะรี่แล้ว ผมพบว่า...ผมทำวันเวลาเหล่านั้นหายไปได้อย่างง่ายดายจนน่าใจหาย ผมแทบจะจำไม่ได้แล้ว ว่าทำไมวันนั้นผมโดนบอกเลิก? ทำไมวันนั้นเราตัดสินใจคบกัน? หรือ เราผ่านความรักมานานแค่ไหนแล้วนะ? หรือจริงๆแล้วเราไม่ได้ลืมมัน แต่เรามีเรื่องใหม่ที่เราให้ความสำคัญมากกว่า จนเราอาจจะลืมอะไรในวันหนึ่งของแต่ล่ะปีทิ้งไป หรือ ทำใครหายหรือตกหล่นไปบ้างหรือเปล่า?

         ถ้าถามถึงวันนี้ ผมคงจะจำได้่ว่า ผมเคยรักผู้หญิงคนหนึ่งมากแค่ไหน? เพราะปีหน้า ผมไม่รู้ว่าจะรักเธอได้มากขนาดนี้ในวันนั้นหรือเปล่า วันที่อนาคตเราอาจจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน วันที่อนาคตเธออาจจะมีคนดูแลอยู่แล้ว ซึ่งผมอาจจะลืมอะไรหลายๆไปแต่ผมเชื่อว่า ผมจะไม่ลืม...ว่าผมเคยรักผู้หญิงคนหนึ่งมากแค่ไหน? เพราะทุกอย่างมันถูกเก็บไว้ในกล่องความทรงจำของเรา ที่ผมยังไม่แน่ใจว่า ในปีหน้ากล่องนี้จะยังคงอยู่ในห้องนอนเพื่อเติมสิ่งใหม่ๆลงไป หรือ ถูกเก็บเข้าลิ้นชักความทรงจำอันมีค่าและถูกล็อกกุญแจเอาไว้เพราะวันหนึ่งที่สำคัญในหนึ่งปี มักวนมาหาเราทุกปีเพื่อเสนอทางเลือกและทางเดินให้กับชีวิตของเรา ซึ่งการที่เราจะเลือกทางเดินไหนในวันนั้นๆ ย่อมส่งผลถึงหนึ่งวันในปีหน้าที่จะวนมาถึงในปีถัดๆไป และบ่อยครั้งที่เรามักเสียใจที่เลือกบางทางเดินที่ทำให้ใครเสียใจแต่เพราะเราต้องก้าวต่อไป เราจึงลังเลกับบางสิ่งบางอย่างนานเกินไปไม่ได้ เพราะเราต้องอยู่กับการเปลี่ยนไป 'ในหนึ่งวันของทุกปี' ที่เราต้องเจออะไรใหม่ๆ
 
         แต่สำหรับผม ผมอยากให้ ในหนึ่งวัน ของ ทุกปีเป็นเหมือนเดิม ขอแค่เพียงวันเดียว ที่เราจะกลับมารักกันอีกครั้ง...ให้เรายังคงสานต่อเรื่องราวในวันนี้ ต่อไปเหมือนกันในทุกๆปี เป็นเธอคนเดิม ที่ยังยืนอยู่ที่เดิม นิสัยเหมือนเดิม เอาใจใส่กันเหมือนเดิม โทรหากันเหมือนเดิม เปิดเพลงเดิมให้ฟัง และ รักเราคนเดิม ในหนึ่งวันของทุกปี ผมว่าถ้าผมทำแบบนี้ได้ สักวันผมอาจจะมีความสุขก็ได้ ใครจะรู้...

หนึ่งวัน...ในปีก่อนหน้านั้นผมโดนบอกเลิก

หนึ่งวัน ...ในปีที่แล้วผมยังไม่มีใคร

หนึ่งวัน...ในปีนี้ผมมีความรักกับใครสักคน

หนึ่งวัน...ในปีหน้าเรายังคงรักกัน

หนึ่งวัน...ในปีถัดไปเรายังคงรักกัน

หนึ่งวัน...ในปีถัดๆไป...เรายังคงรักกัน

...ตลอดไป

         p.s. ที่ระลึกให้กับหนังเรื่อง "One day วันเดียว... วันนั้น... วันของเรา..." ที่ผมไปดูในวันที่ผมเสียใจที่สุด ที่ผมดูแลความรักให้อยู่กับตัวเองไม่ได้ (อีกแล้ว เป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้)
 
         แต่หนังเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า..." ความรักไม่มีวันหมดอายุ จนกว่าเราจะตายจากกันไป มันยังคงมีค่าในตัวเองเสมอ แม้ในวันนั้น...เราจะไม่ได้แต่งงานกัน"
 
         ในบางครั้งเราอาจจะต้องยอมปล่อยคนที่เรารักมากที่สุดให้ไปลองรักคนอื่นดูบ้าง เพื่อที่วันหนึ่งเค้าอาจจะรู้ว่า "จริงๆแล้ว คนที่เค้ารักมากที่สุดคือใคร?" และ "ใครคือคนที่เราจะใช้ชีวิตร่วมกันไป?"
 
         จนกว่า หนึ่งวัน...ในปีถัดๆไป เรายังคงรักกัน...ตลอดไป

คุณวงกลมที่ยังคงรักคุณสามเหลี่ยม (27 สิงหาคม 2554)
 
one day
 
Tags: day, one 4 Comments

Comment

Comment:

Tweet

Hot! Hot!

#4 By jin on 2011-08-27 13:03

อ่านแล้วแม้รู้ว่าต้องเสียน้ำตาแน่ๆ
แต่ก็ไม่ลืมบอกเธอคนดีว่า ...

รักคุณกลมนะ
...

Ich warte auch auf Einen Tag, Unseren Tag

Deine Tri-Ecke

#3 By Miss Triangle (223.204.8.196) on 2011-08-27 13:01

Hot!
ลึกซึ้ง บาดใจ สะเทือนใจจังค่ะ
ถ่ายทอดอารมณ์ได้ดีจัง
ทำให้รูสึกว่าคนเขียนเป็นผู้ชายโรแมนติกไปเลย

อ่านแล้วก็เหมือนสะท้อนเรื่องราวของตัวเองในบางส่วน
มีบางเรื่องราว เรายังคงจดจำ
วันบางวัน หนึ่งวันเดียวมีความหมาย
เวันที่เท่าไร เดือนไหน ปีอะไร
และรายละเอียดของเหตุการณ์ในวันนั้น
รู้ทั้งรู้มันจะไม่หวนคืนมาอีก...
แต่ก็บันทึกเอาไว้ในความทรงจำไปแล้ว
ไม่รู้นานเท่าไรจะลบเลือน...
แต่ถ้าเป็นไปได้ อยากขอให้ปีหน้าแค่ 1 วัน
ทุกอย่างจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง
แต่คงเป็นไปไม่ได้แล้ว

ทางเดียวที่เราพยายามทำทุกวันนี้
คือเราต้องเดินหน้าต่อไป...
เก็บความสุข และคุณค่าของชีวิตในมุมอื่นๆที่น่าสนใจต่อไป โดยไม่หวังฝากใจไว้กับใคร
และหวังว่าวันนึงข้างหน้า 'วันเดียววันนั้น'จะเป็นเพียงภาพที่นึกถึงแล้วทำให้พอยิ้มได้ แต่ไม่ทำให้มีน้ำตาได้อีก

#2 By S@nDGLasS on 2011-08-27 10:58

อยากดู

: )

ไม่ได้ดูซะที ๕๕๕๕๕


แต่อ่านแรงบันดาลใจจากเรื่องนี้

ในบล็อกท่านก่อนละกัน

สาธุ ขออย่าให้ออกวันพฤหัสนี้นะ - w -"

Favourites