Songs for the past night...
posted on 26 May 2009 00:12 by ordinarystudioเนื้อเพลง : ในคืนที่เราเจอะเจอกันครั้งแรก That Night
ศิลปิน : นภ พรชำนิ
อัลบั้ม : The story of my life
ในคืนที่เราเจอะเจอกันครั้งแรกก็เป็นคืนที่เราต้องลาจาก
เธอทำให้คืนที่เราพบกันครั้งแรกกลับเป็นคืนที่ไม่ลืมไปจากใจ
อยากจะพบ อีกสักครั้ง อยากให้เธอนั้นย้อนคืนมาใหม่
และในคราวนี้ จะไม่ยอมให้เธอจากไป
แต่อยากจะรู้ตอนนี้เธอ อยากรู้ตอนนี้เธอ ...
อยู่ไหน
อยากจะพบ อีกสักครั้ง อยากให้เธอนั้นย้อนคืนมาใหม่
และในคราวนี้ จะไม่ยอมให้เธอจากไป
แต่อยากจะรู้ตอนนี้เธอ อยากรู้ตอนนี้เธอ ...
อยู่ไหน
Songs for the past night...
เคยมีคนพูดไว้ว่า"กลางคืนเป็นเวลาที่พิเศษ ที่ให้เราได้คุยกับหัวใจของตัวเองไปกับความเหงาของมัน..."
ทุกอย่างมันเริ่มต้นขึ้นในงานเทศกาลของคืนๆหนึ่ง มันเป็นคืนที่พระจันทร์เต็มดวง มีเพียงแสงดาวจางๆที่มองไม่เห็นสายลมหนาวที่พัดผ่านมา กับเสียงเพลงบรรเลงที่บอกถึงความรู้สึกสนุกสนานจังหวะของเพลงนั้น คึกครื้น จนทำให้หลายคน เต้นอย่างสนุกสนานไปกับเสียงเพลง ที่เล่นอยู่ขณะนั้นแม้ว่าอากาศจะเย็นลงทุกขณะ พร้อมๆกับเวลาที่ล่วงเลยมาจนดึก ไม่ได้ทำให้งานเลี้ยงจะเลิกราลงได้ผมกำลังยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย ที่กำลังร้องและเต้นรำกันอย่างสนุกสนานลืมเรื่องเศร้า ลืมเรื่องทุกข์ที่เคยผ่านเข้ามา แต่แม้ว่าภายนอกผมจะรู้สึกสนุกไปกับบรรยากาศนั้นๆแต่ด้วยเสียงเพลงเก่าๆที่คุ้นเคย ก็พาให้ผมกลับไปคิดถึงเรื่องเดิมๆอีกครั้งก่อนที่ผมจะเดินหลบออกมาจากงาน เพื่อทบทวนอะไรบางสิ่งที่ทำหล่นหายไปในมือของผมถือแก้วน้ำใบหนึ่ง มันเป็นน้ำผลไม้ที่ผมชอบทานเป็นประจำแต่นั้นก็ไม่ได้ช่วยให้ผมดีขึ้น ผมเลยวางมันไว้ที่โต๊ะของผมก่อนที่ตัดสินใจเปลี่ยนบรรยากาศให้กับตัวเอง
ไม่นานนักขณะที่ผมกำลังเดินผ่านผู้คนมากมายออกมาเพื่ออยู่กับความเงียบสายตาที่ยังไม่ชินกับความมืดนั้น ก็ได้ปรับตาให้เข้ากับมันและพบว่า ที่ตรงนั้น มีใครบางคนยืนอยู่ก่อนผมเธอยืนกอดอก แหงนมองขึ้นไปบนฟ้า ดูเธอเหม่อลอย และเป็นชั่วพริบตาที่ผมเห็นอะไรสะท้อนแสงมาจากตาเธออาจเป็นน้ำตาก็ได้ แต่ผมเองก็ยังคงไม่แน่ใจ เวลาผ่านไปไม่นานนัก ก่อนที่เธอจะตกใจเล็กน้อยและ หันมาทางผม ผมยังคงไม่กล้าที่จะคุยกับเธอโดยตรง แต่ดูเหมือนว่าเธอจะเป็นฝ่ายคุยกับผมก่อน เธอทักผมด้วยสายตาที่ดูเป็นมิตร ร่าเริงไม่เหมือนกับที่เธอเป็นเมื่อครู่ ไม่แน่ว่า นั้นอาจจะเป็นอีกด้านของเธอก็ได้ ด้านที่เธอซ่อนความรู้สึกเอาไว้ผมตอบรับ และทักทายเธอไป ก่อนที่จะคุย ถามไถ่ และเราก็หาที่เงียบๆนั่งมองไปทางเวทีการแสดงด้วยกันเป็นอีกครั้ง ที่เสียงเพลงกลับมาสู่ความสนใจของผมอีกครั้ง แต่ไม่รู้เป็นเพราะอะไร สิ่งที่ทำให้ผมห้วนกลับไปสู่อดีตมันได้เลื่อนหายไปกับเสียงดนตรีแล้วผมถามถึงชื่อของเธอ เธอลังเลก่อนที่จะบอกชื่อของเธอขึ้นมา เธอ ชื่อ ฟ้า ซึ่งเป็นชื่อที่เธอได้มาจากหนังสือเล่มหนึ่งผมว่าชื่อนี้มีความหมายดี ผมว่าสีฟ้า เป็นสีเดียวที่สื่อได้หลายอารมณ์ ทั้งสุขเศร้า เหงา ทุกข์ เราคงมองเห็นท้องฟ้าในวันที่ฟ้าใส เมฆขาวลอยไปมา ดูสวยงาม ร่าเริงแต่เมื่อฟ้าหม่น และ มืดลงเมื่อใด เราก็คงจะรู้สึกเหงาขึ้นมาได้ และในคืนนี้ ผมมองเห็นพระจันทร์ที่ไม่ได้ลอยเด่นงามอยู่บนฟ้าหากแต่เพียงยืนอยู่ตรงหน้าผม พร้อมกับรอยยิ้มที่ผมคุ้นเคยมาตลอดอาจจะเป็นเพราะทุกคืน ผมมองแต่พระจันทร์บนฟ้าเลยไม่ได้เจอกับใครบางคนที่ผ่านเข้ามา ที่เค้ายืนอยู่ระดับเดียวกันกับผม
ผมพักจากการเหม่อมองไปท้องฟ้า และย้อนกับมามองคนที่นั่งอยู่กับผมตอนนี้ "พระจันทร์สีน้ำเงิน" นี่อาจจะเป็นชื่อที่เหมาะกับเธอในเวลาแบบนี้ และในคืนนี้ ผมมองเธอแล้วยิ้ม ก่อนที่เธอจะทักผมขึ้นมาอีกครั้ง ผมจึงกลับสู่บรรยากาศปกติก่อนที่เราจะหยิบเรื่องไร้สาระมาพูดคุยกัน ไม่นานนัก ทั้งเราและเธอก็ได้คุยกันมากขึ้น นั้นทำให้ผมอารมณ์ดีขึ้นมาบ้างแล้วและเริ่มสนุกกับเพลงที่เราฟัง แม้เราจะได้คุยกันมากขึ้น แต่เราก็ไม่กล้าที่จะถามถึงเรื่องบางเรื่องที่ทำให้เธอร้องไห้ผมว่าเธอต้องเข้มแข็งมากที่จะอดกลั้นความรู้สึกแบบนั้นได้ลง เพลงในช่วงนี้มีทั้งช้าและเร็วสลับกัน แต่ก็เป็นเพลงที่ค่อนข้างจะเพราะ และ เข้ากับบรรยากาศในเวลาแบบนี้ผมฮัมเพลงให้เธอฟังเบาๆ ก่อนจะคิดถึงเพลงบทหนึ่งขึ้นมา มันเป็นเพลงที่ผมแต่งเองเมื่อครั้งที่ผมรู้สึกเหงาๆ พูดถึงค่ำคืนที่เหงาๆ ที่มีผมนั่งมองพระจันทร์อยู่ในคืนนั้นผมคิดถึงมันอีกครั้ง ก่อนที่เวลานั้น จะล่วงเลยมาจนดึก และผมเห็นว่าเธอเองเริ่มจะอ่อนเพลีย และง่วงไปกับเสียงเพลงที่กล่อมเธอ ไม่นานนักเธอก็ขอตัวจากผม และ หายไปสู่ท้องฟ้าที่มืดมิดอีกครั้งแต่ผมกลับห้วนคิดถึงภาพที่เพิ่งผ่านมาไม่นาน แต่เพลงก็ยังคงบรรเลงต่อไปผมยืนพิงต้นไม้ มองไปบนท้องฟ้าอีกครั้ง พระจันทร์ยังคงเต็มดวงอยู่บนนั้นแต่ผมก็ยังอดสงสัยไม่ได้เหมือนกันว่า พระจันทร์สีน้ำเงินจะเป็นสิ่งที่ผมตามหามาตลอดชีวิตหรือไม่ แต่ผมก็ไม่เสียใจเลย อย่างน้อยๆ เราก็ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆมากขึ้น
ผมกลับมาสู่บรรยากาศของงาน และ กลับมาสู่ความวุ่นวายอีกครั้งแต่ผมคิดว่า ผมรู้สึกสนุกกับมันมากขึ้น ไม่เหมือนครั้งแรกอาจเป็นเพราะเธอที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงอะไรไปหรือเปล่า ผมก็ยังไม่แน่ใจอะไรกับคำตอบนี้ผมไม่รู้ว่าจะได้เจอเธออีกครั้งเมื่อไหร่ และ เราจะได้มีโอกาสคุยกันเหมือนวันนี้อีกไหมคงมีอะไรหลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไป แต่ผมว่าหวัง พระจันทร์ของผม จะยังคงอยู่ที่เดิมเป็นสีฟ้าที่สดใส ไม่เหงาเศร้าอีกต่อไป เพราะเมื่อเธอยิ้มเราเองก็จะได้ยิ้มไปเธอด้วย นั้นอาจจะเป็นความสุขที่เรามองหาอยู่ก็ได้ และเมื่องานเลี้ยงนั้นจบลงพร้อมกับเพลงสุดท้ายที่จะอยู่กับเราในค่ำคืนนี้ ผู้คนมากมายต่างทยอยไปที่ประตูทางออกเสียงจอกแจกจอแจเปลี่ยนมาแทนที่ และเบาลงเรื่อยๆ จนเป็นความเงียบในที่สุด เหลือเพียงเสียงของสายลมที่พัดให้จิตใจของผมลอยไปผมเดินมาที่ทางออก ก่อนจะหันไปมอง ที่เดิมตรงนั้น
ที่ๆเธอเคยโคจรผ่าน ที่ๆเราได้ใช้เวลาร่วมกันในเวลาไม่นานนัก แต่กลับมีความหมายมากมายเหลือเกินและ ผมไม่รู้ว่า นี่เป็นคืนสุดท้ายที่ผมจะได้เจอเธอไหม เพราะ ผมยังมีเรื่องอีกมากมายที่ยังไม่ได้บอกเธอผมคิดว่า คงมีสักคืน คืนที่ผมมองไปบนฟ้า และ เห็นเธอเดินผ่านมา ยิ้มและทักทายผมเหมือนเก่าและ เป็นพระจันทร์สีน้ำเงินดวงเดิมที่ผมคิดถึงและตามหาอยู่ทุกคืน ผมหลับตา แหงนหน้าขึ้นไปบนฟ้าและ เริ่มมีน้ำตาไหลออกมาจากตา เหมือนกับเธอในคืนนั้น ผมยิ้ม ก่อนจะร้องเพลงๆเดิมอีกครั้ง
"คืนนี้ออกมานอนนับดาว กับหัวใจที่ว่างเปล่า คิดถึงใครสักคน จันทร์เหงา อยู่ด้วยกันคืนนี้กับเรื่องราวที่แสนดี ที่เราเคยมีด้วยกัน...."
(Song : คืนเหงาและสายลมหนาว Songwriter : The man wholove the moon)
Ost. Songs of the past night
- จูบ (Kiss) ,ศิลปิน : Jet'seter ,อัลบั้ม : Nude
- ดาวมองพระจันทร์ ,ศิลปิน : ฐานันดร ,อัลบั้ม: Resound magazine
- ก้อนหินละเมอ ,ศิลปิน : Soul after six , อัลบั้ม: Soul after six
- ในคืนที่เราเจอะเจอกันครั้งแรก, ศิลปิน : นภ พรชำนิ , อัลบั้ม : The story of my life
Behide This Story
ผมได้มีโอกาสรู้จักกับเพื่อนคนใหม่เธอชื่อว่า "จิ๋ว" สิ่งที่ทำให้ผมสนใจเป็นพิเศษคือเธอมีชื่อที่มีความหมายว่าพระจันทร์ และ เธอเข้ามาในช่วงที่ผมเหงาใจแต่ผมก็ยังคงไม่ได้จีบเธอเป็นเรื่องเป็นราวนักและปล่อยให้เรารู้จักกันในฐานะเพื่อนร่วมงานเท่านั้น ตอนนั้นเราทำกิจกรรมถนนคนเดินประชาธิปไตยด้วยกัน อยู่ฝ่ายเวทีและสถานที่ด้วยกันทำให้ผมและเธอสนิทกันมากขึ้น และ ทำให้ผมแอบรักเธออยู่ห่างๆและเธอก็ดีกับผมมากมายเหลือเกิน และ เรื่องสั้นเรื่องนี้ ก็คือคืนในวันงานนั้นเองเพราะผมไม่รู้ว่า จบงานนี้แล้วเราจะยังจะได้พบเจอเธออีกไหม และ เธอจะคิดยังไงกับผมนะ
และแล้วเราก็ยังคงได้เจอกับเธอบ้าง เพราะว่าห้องชมรมและห้องสภาของเรานั้นใกล้กันผมจึงพยายามหาโอกาสที่ได้ใกล้ชิดกับเธอมากขึ้นพยายามเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเธอ เธอพาผมไปเข้าแคร์ ของศาสนาคริสต์ซึ่งแม้ว่าผมจะไม่คุ้นเคย แต่ก็ผมก็ยอมทำอะไรหลายๆลงไป จนในที่สุดเธอก็เป็นคนหนึ่ง ที่เข้ามาเรียนรู้ความรักซึ่งกันและกันแม้จะไม่นานนักแต่ก็มีความหมายกับผมมากมายเหลือเกิน...