Seasons Change...Different of the past
posted on 25 May 2009 23:28 by ordinarystudioเนื้อเพลง : ฤดูที่แตกต่าง
อัลบั้ม : Rhythm & Boyd
ศิลปิน : นภ พรชำนิ
อดทนเวลาที่ฝนพรำอย่างน้อยก็ทำให้เราได้เห็นถึงความแตกต่าง
เมื่อวันเวลาที่ฝนจาง ฟ้าก็คงสว่างและทำให้เราได้เข้าใจ
ว่ามันคุ้มค่าแค่ไหนที่เฝ้ารอ
หากเปรียบกับชีวิตของคน เมื่อยามสุขล้นจนใจมันยั้งไม่อยู่
ก็คงเปรียบได้กับฤดู คงเป็นฤดูที่แสนสดใส
แต่ถ้าวันหนึ่งวันไหน ที่ใจเจ็บทนทุกข์ ดังพายุที่โหมเข้าใส่
บอกกับตัวเองเอาไว้ ความเจ็บต้องมีวันหายไม่ต่างอะไรที่เราต้องเจอทุกฤดู
อดทนเวลาที่ฝนพรำอย่างน้อยก็ทำให้เราได้เห็นถึงความแตกต่าง
เมื่อวันเวลาที่ฝนจาง ฟ้าก็คงสว่างและทำให้เราได้เข้าใจ
ว่ามันคุ้มค่าแค่ไหนที่เฝ้ารอ
เมื่อวันที่ต้องเจ็บช้ำใจ จากความผิดหวังจนใจมันรับไม่ทัน
เป็นธรรมดาที่เราต้องไหวหวั่น กับวันที่อะไรมันเปลี่ยนไป
แล้วถ้าวันหนึ่งวันไหนที่ใจเจ็บทนทุกข์ ดังพายุที่โหมเข้าใส่
บอกกับตัวเองเอาไว้ ความเจ็บต้องมีวันหายไม่ต่างอะไรที่เราต้องเจอทุกฤดู
อดทนเวลาที่ฝนพรำ อย่างน้อยก็ทำให้เราได้เห็นถึงความแตกต่าง
เมื่อวันเวลาที่ฝนจาง ฟ้าก็คงสว่างและทำให้เราได้เข้าใจ
ว่ามันคุ้มค่าแค่ไหนที่เฝ้ารอ
อย่าไปกลัวเวลาที่ฟ้าไม่เป็นใจ อย่าไปคิดว่ามันเป็นวันสุดท้าย
น้ำตาที่ไหลย่อมมีวันจางหาย หากไม่รู้จักเจ็บปวดก็คงไม่ซึ้งถึงความสุขใจ
อดทนเวลาที่ฝนพรำอย่างน้อยก็ทำให้เราได้เห็นถึงความแตกต่าง
เมื่อวันเวลาที่ฝนจาง ฟ้าก็คงสว่างและทำให้เราได้เข้าใจ
ว่ามันคุ้มค่าแค่ไหนที่เฝ้ารอ
เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย
SeasonsChange...Part 1: Different of the past
"รักครั้งแรก หรือเพื่อนสนิท ก็เลือกไม่ได้ เพราะ อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย"
ผมนั่งอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมที่ไม่มีใครนอกจากผม มองไปนอกหน้าต่าง ฝนได้โปรยปรายลงมา ท้องฟ้ามืดครึ้ม และต้นไม้น้อยใหญ่ต่างลู่ลมไปมา ฟ้าที่มองไม่เห็นดวงอาทิตย์กลับมีเพียงน้ำหยดเล็กๆมากมาย หล่นลงกระทบสู่พื้น เป็นสัญญาณที่บอกเราได้ว่าเรากำลังอยู่ในฤดูฝน ฤดูที่ดูจะเหมาะกับความเหงา เพียงเพราะต้องอยู่คนเดียวในห้องที่เงียบอย่างในเวลานี้ คนเดียว เสียงเพลงจากลำโพง พลันเล่นเพลง "ฤดูที่แตกต่าง"ไม่นานนัก ผมกลับคิดถึงอดีตของผม อีกครั้งที่กล่องความทรงจำถูกเปิดขึ้น หลังจากที่ผมตั้งใจจะปิดมันไปตลอดกาล ...ในนั้นปรากฏภาพผู้คนมากมายที่เคยผ่านเข้าในชีวิตของผมทุกควรล้วนมีค่าในการจดจำ เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตที่ทำให้ผมมาถึงวันนี้ได้ แม้ว่า ภาพทุกอย่างจะดูเลื่อนลางไปบ้างแต่ดูเหมือนว่า จะมีภาพถ่ายอยู่ 2 ใบ ที่มันไม่เคยลบไปจากหัวใจผมเลยผมคิดถึงก่อนที่จะหลับตา พร้อมกับเพลงๆนี้
ฤดูฝนกับวันแรกที่ได้เรียนในโรงเรียนมัธยมปลาย เป็นชีวิตใหม่ที่ไม่เหมือนเดิมเป็นครั้งแรกที่ได้เรียนร่วมกับผู้หญิง จากที่เคยเรียนกันเฉพาะเพื่อนผู้ชายและแล้วความรู้สึกแปลกๆ ก็เกิดขึ้น เพียงได้พบกับเพศตรงข้าม ทุกอย่างมันเริ่มขึ้นจากการแอบชอบแอบชื่นชมใครสักคนหนึ่ง จากที่ไม่เคยได้ทำอะไรแบบนี้ ก็ได้ลองทำผมนั่งเขียนไดอะรี่เพลง ว่า วันหนึ่งๆผมมีความรู้สึกอย่างไร สมุดเล่มเล็กเล่มนี้ถูกเขียนขึ้น ประกอบไปด้วย เพลงแอบรัก เพลงผิดหวัง เพลงสมหวัง และ เพิ่ม ข้อคิดและ กลอนต่างๆ ที่ผมแต่งเองและประทับใจลงไป ดูเหมือนว่า จะเป็นอะไรที่ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน เรานั่งโต๊ะแถวนอนเดียวกัน แต่ว่าคนล่ะแถวตั้งเธอนั่งอยู่ประมาณกลางห้อง ส่วนผมนั่งติดผนังแต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้ผมแอบที่จะอดมองเธอไปเสียไม่ได้ เธอเป็นสาวเรียบร้อย ใจดีมีเพื่อนๆมากมายอยู่รอบกาย ดูเหมือนว่า เธอจะเป็นแม่พระใจดีอย่างที่ผมเคยหวังไว้ว่าจะพบ และแล้ว ความรักครั้งแรก ก็เกิดขึ้นผมมีความสุขกับการได้ลองจีบ ได้แอบมอง สร้างความสัมพันธ์ สร้างความประทับใจต่างๆแต่ผมก็ยังคงเป็นเด็กขี้อายคนหนึ่งเท่านั้น ที่เวลาจะทำอะไรก็เป็นอายม้วนเสียทุกทีแม้ว่าเธอจะไม่ค่อยชอบนิสัยแบบนี้ เพราะเธอบอกว่า มันน้ำเน่าไปหน่อยผมก็ยังห้ามความรู้สึกนี้ไม่ได้สักที และ วันวาเลนไทน์ผมก็ตัดสินใจจะประกาศให้ทุกคนรู้ถึงความรู้สึกนี้มันเป็นช่วงเวลาก่อนบ่ายก่อนที่จะต้องแยกย้ายกันไปเรียนภาษาอังกฤษ ผมอยู่กับเพื่อนของผมก่อนที่จะโดนเพื่อนยุให้ทำการกระทำครั้งนี้ลงไป อากาศขณะนั้นร้อน รวมไปถึงหน้าของผมที่แดงไปถึงหูผมเดินเข้าไปหาเธอเงียบๆ ที่กำลังพูดคุยเล่นอยู่กับเพื่อนๆของเธอผมยื่นตุ๊กตาหมีตัวเล็กๆให้เธอ ก่อนที่จะพูดอะไรไม่ออก ผมอาย กลัว รู้สึกแปลกๆเหมือนจะเป็นบ้า เธอรับของผมไปก่อนที่จะยิ้มแบบอายๆ ไม่ทันที่ผมจะหันหลังกลับเสียงจากทั้งห้อง ก็ประเคนเสียงแซวลั่นไปมาทั้งห้อง ราวกับว่ามันเป็นฉากละครเวทีฉากหนึ่งที่มีผู้คนดูอยู่เป็นพันผมจะหัวใจวาย ก่อนที่จะหันหลังมาเก็บของแล้วรีบหนีออกจากห้องวันนั้นผมเรียนไม่รู้เรื่อง คืนนั้นผมนอนไม่หลับพลางคิดไปถึงว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร วันเวลาผ่านไป เธอก็ยังคงดีกับผมเหมือนเดิมผมก็ดีกับเธอเช่นกัน แต่ก็ไม่ได้ใกล้ชิดอะไรกันมากนัก ด้วยความขี้อาย และไม่มั่นใจของผม เธอก็ยังคงอยู่โลกส่วนตัวของเธอ โลกที่ผมได้เพียงแต่มองเข้าไปเท่านั้นเมื่อเวลาผ่านไป เราก็ห่างกันออกไปเรื่อยๆ จนได้แค่เพียงทักทายเบาๆสั้นเป็นคำถามโง่ๆที่ไม่รู้จะพูดออกไปทำไม และคงเหมือนกับที่เค้าพูดกันไว้ว่าความรักครั้งแรก นั้น มักไม่ค่อยสมหวัง ผมเข้าใจมันดี ก่อนที่วาเลนไทน์ปีสุดท้ายของมัธยมปลาย ผมฝากของไปให้เธอ แล้วเธอเองก็ให้ของกลับมาเหมือนกันมันเป็นช็อกโกแล๊ตกล่องใหญ่ ที่ผมยังเก็บไว้ถึงทุกวันนี้ พร้อมกับคำอวยพรว่า"ขอบคุณมากสำหรับทุกสิ่งที่ผ่านมา ขอให้เธอ ได้เจอกับคนที่ดีๆในอนาคตนะ"ผมยิ้ม ปนน้ำตา ก่อนที่ฤดูฝน จะผ่านไปอีกครั้ง และ ภาพๆนั้นยังคงถูกเก็บอยู่ในไดอะรี่เพลงเล่มนั้นตลอดไป...
ในขณะที่ความสัมพันธ์ของผมกับเธอไม่ดีขึ้นเลยผมยังคงพยายามอยู่ทุกวัน แต่ก็กลับมาเหมือนเดิม และ เมื่อฤดูหนาวมาถึง ผมกลับรู้สึกแปลกๆกับเพื่อนสนิทของผมคนหนึ่งและแล้ว ความรู้สึกที่ไม่ได้ตั้งใจก็เกิดขึ้น ครั้งแรกที่เราได้ย้ายมาเรียนด้วยกันในห้องใหม่ผมมองเห็นเธอผ่านเพื่อนมากมายทั้งห้อง เธอเป็นผู้หญิงค่อนข้างเงียบ และมีโลกส่วนตัวสูงเธอชอบอ่านหนังสือ ฟังเพลง และ เขียนนิยายอยู่เงียบๆคนเดียว และเราก็เริ่มทำความรู้จักกันด้วยความชอบส่วนตัวที่เหมือนกัน เราแลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจกันและกันเธอให้ผมยืมหนังสือเล่มหนึ่ง ก่อนที่มันจะเป็นเรื่องเล่า และ เพลงที่ผมประทับใจมากที่สุดจนถึงวันนี้ เราไปดูหนังด้วยกันเรื่องหนึ่งมันเป็นหนังที่ทำจากหนังสือเล่มนั้น และ เราก็เจอกันบ่อยๆที่ร้านหนังสือ ที่ซึ่งผมเลือกเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธ์ในการพบกับใครสักคนที่นี่เราเป็นเพื่อนสนิทกันในที่สุด ก่อนที่จะได้ทำกิจกรรมของโรงเรียนร่วมกันหลายครั้ง อีกครั้งที่ผมประทับใจกับการไปดูConcert ด้วยกันกับเค้าและเพื่อนผมอีกคนหนึ่ง และ เพลงทุกเพลงที่เล่นมาผมนั้นร้องพลางมองไปที่เธอ เธอไม่ค่อยชอบผู้คนมากมาย เราหลบกันออกมาฟังเพลงอยู่ริมเวทีที่มืด และไม่ค่อยมีผู้คน ก่อนที่ทุกอย่างจะจบลงด้วยความประทับใจเราออกมานั่งรอรถกัน 3 คนข้างนอก ขณะรอผมชวนเพื่อนร้องเพลง"เจ้าหญิง" ทั้งยังแอบหวังว่า เราได้มอบเพลงๆนี้ให้เธอ เธอยังคงไม่รู้ตัวอะไรและได้ขอให้ผมหาเพลง "รัก ฉันรักเธอ" ของ นาเดีย ให้ ผมกลับมาบ้านแกะเพลงนี้ พอฟังแล้วก็น้ำตาไหลและเริ่มเข้าใจถึงความรู้สึกที่มันเอ่อล้นเกินกว่าที่ใครจะเข้าใจได้และ วันเวลา ก็ทำให้เพื่อนสนิทอย่างผมเปลี่ยนไปทีละนิดทีล่ะนิด ผมทุ่มเททุกอย่างให้เธอจนเธอเริ่มจะรู้ตัว และต้องเขียนเมล์มาบอกถึงความรู้สึกบางอย่างที่อยากให้ผมเหมือนเดิมอีกครั้ง ที่ผมหลอกตัวเอง ว่าไม่ได้รักเค้าหรอก ก็เราเป็นเพื่อนสนิทกันเฉยๆผมบอกทุกคนแบบนี้ ทั้งที่ภายนั้น มันยิ่งกว่าคำว่ารักที่ไม่สามารถลบมันออกไปได้เลย และในคืนพิเศษคืนสุดท้าย ของการเป็นนักเรียนผมก็ขอเธอถ่ายรูปคู่ด้วยกัน เธอยังคงเป็นผู้หญิงในหัวใจของผมเสมอจากนั้นมาผมยังคงเป็นเพื่อนเธอเหมือนเดิม และก็จะเป็นเพื่อนเธอตลอดไปภาพนั้นยังคงตราตรึงอยู่ในความรู้สึก และ แม้ว่าวันนี้ เราจะไกลกันแล้วแต่นานๆทีเราก็มีโอกาสจะได้เจอกันอีกครั้ง เมื่อเธอได้กลับมา เราเขียนจดหมายหากันบ้างมีของขวัญวันเกิดให้กัน และ เธอยังคงจำผมได้ถึงรายละเอียด ว่าผมชอบอะไรบ้างเมื่อเราได้อยู่ใกล้กัน ผมรู้สึกดีมากกว่าที่คำว่ารักจะจำกัดความได้มันเป็นอะไรที่มากกว่านั้น และเมื่อวันเวลาหมุนไป และเราได้กลับมาเจอกันอีกครั้งผมจะห้วนคิดถึงภาพเดิมๆ และผมบอกกับตัวเองว่า ทุกวันที่ผมเหงา ทุกวันที่ผมร้องไห้ผมจะคิดถึงเธอ และปลอบใจตัวเองว่า เราเป็นคนโชคดีที่สุดแล้ว ที่ได้รู้จักกับเธอ มีเธอเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของผมและ เธอเป็นคนที่ผม ยังคงรู้สึกดีจนมาถึงวันนี้ ไม่ว่าจะนานเพียงไหนก็ตาม...
กลับมาห้องใบเดิมผมยังคงนั่งอยู่คนเดียว และ ผมกำลังนั่งร้องไห้ มันไม่ใช่น้ำตาที่ออกมาจากความผิดหวังหากแต่เป็นน้ำตาแห่งความคิดถึง ฝนข้างนอกหยุดแล้ว ลมหนาวเริ่มพัดโชยเข้ามาในห้องและภาพเก่าๆนั้น ก็ถูกเก็บลงกล่องอีกครั้ง แต่คราวนี้ผมจะไม่ปิดกล่อง จะปล่อยให้ภาพนั้นชัดเจนอยู่ในนั้นหัวใจของผมเติบโตและเต้นอยู่ได้ เพราะ ได้พบกับ รักครั้งแรก และ เพื่อนสนิทแม้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะผ่านมาแล้ว แต่ทุกสิ่งล้วนฝังแน่นอยู่ในความทรงจำเสมอมาและอีกไม่นานนัก ก็กำลังจะเข้าใกล้ฤดูหนาวที่ดูไม่ค่อยจะเหมาะกับคนเหงาแบบเราสักเท่าไหร่ ตอนนี้ผมก็กำลังสับสนกับคนสองคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเหมือนที่มันเคยเกิดขึ้นแล้วในมัธยมคนหนึ่งเป็นคนที่ผมชอบอยู่ คนที่ผมแอบมองทุกครั้ง แล้วรอยยิ้มของเธอเป็นสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกดีเธอน่ารัก เธออ่อนโยน อีกคนหนึ่งเป็นเพื่อนสนิทของผมคนที่ผมคิดว่าเค้าจะเข้าใจคนเหงาอย่างผมได้ไม่ยากนัก อาจเพราะ เราคงจะรู้สึกอะไรเหมือนๆกันก็เลยเข้าใจอะไรกันได้ง่ายขึ้น แต่ครั้งนี้ ผมจะไม่เลือกผมจะปล่อยให้เวลาเป็นคนตัดสินความรู้สึกต่างๆ และเมื่อฤดูกาลผ่านไป ผมคงจะตอบหัวใจได้ว่าผมควรจะทำยังไงต่อไปดี...? และแม้ว่าปลายทางของฤดูกาลครั้งนี้จะเป็นฤดูหนาว ที่รกร้าง ว่างเปล่า และ เหน็บหนาว กับการต้องกลับมาอยู่คนเดียวอีกครั้งแต่มันก็เป็นภาพฤดูกาลที่จะยังคงติดตราตึงอยู่ในใจ เหมือนกับว่าเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานถึงต้องกลับมาอยู่คนเดียวสักอีกกี่ครั้ง ผมก็จะเดินต่อไป ผมได้แต่หวังว่าไม่นานนัก ฤดูร้อน ที่แสนอบอุ่น คงวนกลับมาหาผม ในปีต่อๆไป...
"อดทนเวลาที่ฝนพร่ำอย่างน้อยก็ทำให้เราได้รู้ถึงความแตกต่าง
เพื่อวันเวลาที่ฝนจาง ฟ้าก็คงสว่างและทำให้เราได้เข้าใจ...
ว่ามัน คุ้มค่า แค่ไหน ที่เฝ้ารอ"
Behide This Story
เรื่องสั้นนี้เป็นเรื่องสั้นที่มีความหมายกับผมมาก เพราะมันคือจุดเริ่มต้นของความรักในวัยเรียนที่ทำให้ผมเดินทางมาจนถึงทุกวันนี้ได้ หลายครั้งที่ผมกลับไปคิดถึงวันเก่าๆสมัยที่เรายังคงเป็นนักเรียนอยู่ กับฤดูกาลที่ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตของผมไปตลอด...
เธอคนแรก คือ เพื่อนไอซ์อาม่า นางฟ้าผู้แสนดีของผม คนที่ผมตกหลุมรักเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่ผมเห็นเธอเลยเธอเป็นคนดีและเป็นคนรักของเพื่อนๆเสมอ และรอยยิ้มของเธอก็ทำให้โลกสดใสได้เป็นวันๆ เป็นครั้งแรกกับการพยายามจีบสาวซึ่งคิดดูแล้วว่ามันเป็นเรื่องที่ตลกแต่ประทับใจไม่รู้ลืม ไม่รู้ว่าผมกล้าทำอะไรบ้าๆบอๆไปตั้งหลายครั้งได้ยังไงมาจนถึงทุกวันนี้ เธอยังคงน่ารักเสมอมาในสายตาของผม และยังคงเป็นนางฟ้าของผมคนเดียวไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปเลย...ขอบคุณไอซ์มากนะครับสำหรับความรู้สึกดีๆที่มีให้กันเสมอมา
เธอคนที่สอง คือ เพื่อนณัฐเพื่อนสนิท คนที่ผมรักมากที่สุด และเป็นคนที่ผมรู้สึกดีกับเธอในฐานะเพื่อนที่ดีที่สุดเช่นเดียวกันเธอเป็นคนแรกที่สอนให้ผมรู้จักประสบการณ์ เพื่อนรัก รักเพื่อนและมันยังคงมีความหมายกับผมมาจนถึงทุกวันนี้ ผมดีใจเหลือเกินที่ตอนนี้เธอยังคงไม่ไปไหนไกลจากความรู้สึกของผม เธอยังคงเป็นเหมือนเพลง เจ้าหญิงที่ผมเคยร้องให้เธอ และ ทุกครั้งที่ผมเหงา ผมจะคิดถึงเพื่อนสนิทผมคนนี้คนแรกเลย...
edit @ 25 May 2009 23:30:44 by BoatmasterZZZ